พื้นที่ห่างไกล แต่ไม่ไกลความรู้ เพราะ “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “เด็กแม่สวด” อยากเรียนรู้
เคยลองจินตนาการหรือไม่ ถ้าคุณต้องอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี สัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อนแรง การเดินทางเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้าน คุณจะทำอะไรได้บ้าง…
ขอชวนมาสัมผัสเรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของเด็กอีกหลายคนในพื้นที่ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ KFC Bucket Search ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง KFC และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสนับสนุนให้เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาได้เรียนรู้และมีทักษะในการประกอบอาชีพ นำพาโอกาสเข้าไปหาเด็กเยาวชนเพื่อจุดประกายการเรียนรู้ และก้าวไปสู่ความฝันและความมั่นคงในชีวิต ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีร่วมดำเนินงานของ กสศ. โดยใช้ “กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน” ซึ่งการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ดังกล่าว ได้นำพา “โอกาส” ไปสู่เด็กและเยาวชนหลายคนที่หลุดจากระบบการศึกษา ด้วยเหตุปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะข้อจำกัดของพื้นที่ เยาวชนบางส่วนกลับมาช่วยครอบครัวทำเกษตรกรรม หรือปศุสัตว์ แต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกจะอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะไม่มีแรงขับเคลื่อนและไร้แรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง


แต่คำว่าโอกาสได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเยาวชนกลุ่มหนึ่งอย่างน่าสนใจ เช่น นายกุลิน บุญทวีเจริญ เล่าว่า ก่อนนี้อยู่บ้านเฉย ๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไร แต่การสนับสนุนจากเคเอฟซี “ทำให้ผมเห็นโอกาส” เริ่มต้นฝึกฝนและเรียนรู้การเลี้ยงไก่ชน จาก YouTube โดยมีพี่ชายคอยแนะนำ ไก่ชนจึงเป็นทั้งการเรียนรู้ อาชีพ และทักษะชีวิต เพราะการเลี้ยงไก่ชนต้องดูแลอย่างมีวินัย ขณะที่ นายสุริยา บุญทวีเจริญ เล่าว่า ที่ผ่านมาผมเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพ แต่วันนี้ภูมิใจที่ได้กลายเป็นคนสอนและถ่ายทอดความรู้เรื่องนี้ต่อให้กับน้องชาย หลังจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกเราต้องเรียนรู้และทดลองไปด้วยกัน


นางสาวกัลยา เฉลิมชัยเกตุ เล่าว่า ทุนนี้ช่วยสานต่อความฝันและความตั้งใจจะเรียนต่อในด้านดนตรี เพราะเป็นความฝันตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาส แต่สำหรับ นางสาวเพลงธิดา เกษตรศานต์ บอกว่า ระหว่างที่กลับมาเรียน สกร. เธอใช้โอกาสนี้ฝึกฝนการเลี้ยงหมูดำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วย ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดแรงบัลดาลใจ อยากที่จะเรียนรู้และต่อยอดการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต และ นายสุภัทร วิมานเชวง เล่าว่า ผมอยากเรียน สกร. ให้จบและอยากเรียนต่อ เพราะอยากเป็นตำรวจ หลังจากนั้นผมอยากกลับมาพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ในชุมชนให้ได้รับโอกาสต่อไป


นายณัฐพล รุ่งโรจน์วชิระ เสริมว่า ผมจะใช้ทุนนี้ต่อยอดอาชีพทำการเกษตรให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น วางระบบท่อ ซื้ออุปกรณ์เพาะปลูกและเตรียมเมล็ดพันธุ์พืช และ นายสาริน เจริญจุรีรัตน์ บอกว่า อยากใช้โอกาสนี้เพิ่มเติมความรู้ด้านเกษตรของตนเอง และวันหนึ่งผมจะเป็นเจ้าของสวนผลไม้ให้ได้


นอกจากนั้น การสนับสนุนโอกาสจากโครงการ KFC Bucket Search ไม่ได้ส่งผลถึงตัวเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงครอบครัวด้วย ดังตัวอย่างเช่น ครอบครัวพิมพ์พนาลี ที่สองแม่ลูกได้ใช้โอกาสนี้เป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพที่แสดงให้เห็นว่า “การศึกษาไม่ได้แยกขาดจากชีวิต” แต่สามารถเดินเคียงข้างวิถีชีวิตได้อย่างกลมกลืน…
โดย นายรัฐภูมิ พิมพ์พนาลี และ นางมาลัย พิมพ์พนาลี ซึ่งเป็นคุณแม่ ได้รับการจุดประกายและปรับเปลี่ยนความคิด เพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ จากเดิมที่เน้นการทำเกษตรเชิงเดี่ยว สู่แนวทาง “การทำเกษตรแบบผสมผสาน” ที่ช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลอมรวมวิถีชีวิต
นายรัฐภูมิเล่าว่า การเรียนในระบบอาจไม่ใช่เส้นทางที่ใช่สำหรับผม แต่ผมเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อได้ร่วมกระบวนการเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสาน จึงเห็นทางเลือกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต โอกาสนี้จุดประกายให้ผมอยากเป็น “เกษตรกรนักพัฒนาที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ และอยู่ร่วมกับป่าไม้อย่างสมดุล” ที่ผ่านมา ผมเรียนรู้จากผืนดินของบ้านตนเอง ได้ทดลองเรียนรู้จากวิถีชีวิตจริงของครอบครัวโดยมีพี่เลี้ยงที่เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรเข้าไปให้ความรู้ถึงในพื้นที่ จากกลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน ปัจจุบัน พื้นที่บ้านมีการปลูกพืชอย่างหลากหลาย นับเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นโกโก้ ขนุน น้อยหน่า เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังได้มีการวางแผนจะปลูกแก้วมังกรเพิ่มในอนาคตอีกด้วย


ทางด้านนางมาลัย เล่าว่า การทำเกษตรผสมผสานไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะเมื่อได้เปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรจากเดิมมาสู่แบบผสมผสาน ก็ยังพบข้อจำกัดคือการใช้แรงและเวลา เพราะเนื่องจากการดูแลไม้ผลหลายชนิดต้องการการจัดการที่ต่อเนื่อง ซึ่งกว่าจะรดน้ำเสร็จต้องใช้เวลาถึง 10 วัน แต่เมื่อน้องภูมิได้รับทุนสนับสนุนจากเคเอฟซี จึงนำมาต่อยอดอุปกรณ์ระบบน้ำแบบหยดและสปริงเกอร์ จากเดิมที่ต้องใช้แรงรดน้ำถึง 10 วัน ตอนนี้เหลือเพียง 2–3 ชั่วโมง
“เราเองก็ไม่ได้มีความรู้การทำเกษตรในทุกเรื่อง เมื่อได้เรียนรู้ร่วมกันกับลูก จึงทำให้เราเปิดใจร่วมเรียนรู้การทำเกษตรแบบใหม่ที่สร้างความสบายใจ เรียนรู้ไปด้วยกันทั้งครอบครัว เหมือนอย่างระบบน้ำ ไม่เพียงช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยฟื้นฟูต้นไม้ ประหยัดน้ำ และเปิดโอกาสให้น้องภูมิและแม่มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นร่วมกัน และหากไม่มีระบบน้ำที่มีประสิทธิภาพ ต้นไม้คงไม่ฟื้นตัวได้ดีเช่นนี้ การได้เห็นลูกทำในสิ่งที่ต้องการนั้น ทำให้ตนเปิดใจรับความรู้ใหม่ ๆ เพราะอยากที่จะเรียนรู้และทำร่วมไปกับลูก ดีใจที่ตนเองได้เข้าร่วมการเรียนรู้ในครั้งนี้จริง ๆ”
กล่าวคือ โครงการ KFC Bucket Search เป็นโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตที่เข้ามาจุดประกายความฝัน ความหวัง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลแม่สวดหลายคน “อยากลุกขึ้นมาเรียนรู้” ในแบบที่ยืดหยุ่น เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทชีวิตของตนเอง เช่น บางคนจากที่เคยอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เปลี่ยนใจกลับมาเข้าเรียนที่ สกร. ภายใต้การออกแบบการจัดการร่วมโดยกลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน เพื่อให้ได้รับวุฒิการศึกษา บางคนเลือกเรียนกับศูนย์การเรียนปีติปัญญา (ศูนย์การเรียนตามมาตรา 12) พร้อมทั้งยังเริ่มสนใจในเรื่องการฝึกฝนทักษะอาชีพควบคู่ไปด้วย เช่น การเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ปลูกผัก หรือแม้กระทั่งต่อยอดทักษะในเรื่องดนตรี


ซึ่งทุนสนับสนุนจากโครงการ KFC Bucket Search เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นที่สำคัญที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถตั้งต้นอาชีพ เรียนรู้ ฝึกฝน หรือยกระดับทักษะอาชีพของตนเอง เพื่อที่จะทำตามความฝันของตัวเองได้ เพราะเด็กบางคน ลึก ๆ แล้วเขามีความฝัน แต่เขาอาจละทิ้งความฝันของตัวเองไป เพราะในบริบทชีวิตที่ผ่านมา ทำให้เขาไม่เคยมองเห็นโอกาส มองไม่เห็นหนทางและความเป็นไปได้ หรือไม่เคยมีใครเข้ามาจุดประกายหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตพวกเขา ดังนั้นวันหนึ่ง… เมื่อโอกาสเข้ามา มีพี่เลี้ยง มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจและมีคนที่พร้อมสนับสนุนให้เขาก้าวไปข้างหน้าในแบบของตัวเอง ก็คงจะไม่มีเด็กคนใดที่จะไม่อยากเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเอง
สอดคล้องกับแนวคิดของมูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย ที่เชื่อมั่นว่า ธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องเติบโตไปพร้อมกับสังคม จึงร่วมจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีทักษะ มีความมั่นใจ และเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง เพราะเด็กจำนวนมากไม่ได้หลุดออกจากโรงเรียนเพียงอย่างเดียว แต่หลุดจากความเชื่อว่า “เขาสามารถเป็นอะไรได้” ดังนั้น สิ่งที่หุ้นส่วนการศึกษา และภาคีภาคเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนได้ ไม่ใช่แค่การพาเด็กกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ แต่คือการร่วมออกแบบระบบการเรียนรู้ที่ทำให้เขามีทักษะ มีความมั่นใจ และเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง ซึ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา ความเข้าใจ และการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง และร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันให้ชีวิตผู้คนได้เกิดความยั่งยืน
