Learn to Unlock: ปลดล็อกตัวตนด้วย “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” ไปกับหน่วยจัดการเรียนรู้ภาคเหนือ
คุณเชื่อไหมว่า โอกาสในการเรียนรู้ปลดล็อกชีวิตคนได้… และปลดล็อกได้จริงจากทุนชุมชนที่มี เพียงสร้างพื้นที่ให้คนได้เรียนรู้และเติบโต จากผีเสื้อตัวเล็ก ๆ หรือเมล็ดพันธุ์เม็ดน้อย ๆ สู่การฝังรากลึกและโบยบินไปสู่ความเสมอภาคแห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนร่วมเป็นเจ้าของได้
…มาร่วมรับฟังตัวอย่างเสียงสะท้อนจากหน่วยจัดการเรียนรู้ภาคเหนือ 28 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงาน 6 จังหวัด ที่จะมาแบ่งปันเรื่องราวการทำงานดี ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และปณิธานที่แน่วแน่ในการพัฒนาทุนมนุษย์และทุนทรัพยากรในพื้นที่เพื่อสร้าง “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” ที่นำไปสู่การปลดล็อกตัวตนเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคง และยั่งยืน


จากรุ่นพี่หน่วยจัดการเรียนรู้นวัตกรรมต่อเนื่อง
การทำงานกับ กสศ. ทำให้เราได้ Learn รู้ว่าการสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้ร่วมเรียนรู้ จำเป็นต้องเข้าใจบริบทชีวิตของผู้คนอย่างแท้จริง เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการเรียนรู้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตของผู้เรียน เราจึงต้องการ Unlock รูปแบบการเรียนรู้เดิม สู่ ‘นิเวศการเรียนรู้ใหม่’ เพื่อสร้างโอกาสที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
นางกันทนา ใจสุวรรณ วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน หน่วยจัดการเรียนรู้นวัตกรรมต่อเนื่อง กล่าวถึงบทเรียนจากการทำงานกับ กสศ. ที่ผ่านมาว่า ประทับใจในการทำงานที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งแต่ละปีล้วนมีกระบวนการทำงานที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ใหม่ ๆ ดังนั้น ในปีนี้เธอจึงหวังเก็บเกี่ยวกระบวนการเรียนรู้ของ กสศ. ให้ได้มากที่สุดเพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับคนในพื้นที่ และนำบทเรียนจากการทำงานเดิมมายกระดับการเรียนรู้ให้ผู้คนสามารถปลดล็อกตัวตนได้
เช่นเดียวกับ นางสาวกัลยา เชอมื่อ กลุ่มการเดินทางของเมล็ดพันธุ์ จังหวัดเชียงราย หน่วยจัดการเรียนรู้นวัตกรรมต่อเนื่อง ที่ค้นพบว่า ตลอดการทำงานร่วมกับ กสศ. ทำให้เธอได้ Learn รู้ว่าการพัฒนาชุมชนไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่อยู่ใน “เมล็ดพันธุ์ อาหาร และภูมิปัญญา” ที่ผู้คนมีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีพื้นที่ให้ความรู้เหล่านี้ได้เติบโตและส่งต่อ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงต้องการ Unlock คุณค่าของอาหารชาติพันธุ์และองค์ความรู้ของปราชญ์ชุมชนให้เป็นความภาคภูมิใจในรากเหง้า เพื่อให้คนรุ่นใหม่มองเห็นอนาคตที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับบ้านเกิดของตนเองได้
ไม่เพียงเท่านี้ เธอยังได้เรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ร่วมเรียนรู้และร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน เพราะเธอเองก็เป็นคนในชุมชน และถือเป็นคนรุ่นใหม่คนหนึ่งที่ต้องการพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เธอจึงพยายามสร้างการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตผู้คนให้ได้มากที่สุด ด้วยการนำทุนชุมชนมาสืบสานร่วมกับผู้สูงอายุและยกระดับสู่คุณภาพที่ยั่งยืน


ด้านนางอานันต์ศรี แก้วเลิศตระกูล วิสาหกิจชุมชนสินค้าแม่แดดน้อย จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยจัดการเรียนรู้นวัตกรรมต่อเนื่อง ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำงานร่วมกับ กสศ. มากว่า 6 ปี สามารถปลดล็อกชีวิตผู้คนได้ด้วยคุณค่าของการเรียนรู้จากทุนชุมชนและสร้างการเรียนรู้ที่ช่วยปลดล็อกจิตใจให้คนในชุมชนหลุดพ้นจากโรคซึมเศร้า หันมาเรียนรู้ร่วมกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดย นางอานันต์ศรี กล่าวว่า “การเรียนรู้สามารถสร้างโอกาสและบทบาทให้กับคนในชุมชนได้ จากชุมชนที่ต่างคนต่างอยู่ กลายเป็นชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ”
ดังนั้น เป้าหมายต่อไป เธอจึงต้องการ Unlock “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” จากการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังพื้นที่อื่นเพียงอย่างเดียวสู่การใช้ทุนชุมชนพัฒนาเป็นหลักสูตรเชื่อมกับ สกร. เพิ่มเติม เพื่อปลดล็อกศักยภาพของผู้คน และยกระดับการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ หน่วยจัดการเรียนรู้ทั้งสามพร้อมยินดีเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยจัดการเรียนรู้รุ่นน้องทุกเมื่อ เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เสมอภาค มั่นคง และยั่งยืนไปด้วยกัน


…สู่รุ่นน้องหน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วไป
เครือข่ายป่าชุมชนบ้านเปาปม-ดงยาง จังหวัดแพร่ เป็นหน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วไปที่เข้ามาร่วมงานกับ กสศ. เป็นปีแรก เพื่อหวังเรียนรู้ “การพัฒนาคุณภาพชีวิต” ของคนในชุมชนอาข่า เนื่องจากคนในชุมชนขาดทักษะในการดำเนินชีวิต นายณัฐพงษ์ แขมน้อย จึงมองว่า “ต้องเริ่มจากการส่งเสริม ‘ทักษะชีวิต’ พร้อมสร้างความเข้าใจในครอบครัวและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อ Unlock ความเหลื่อมล้ำระหว่างช่วงวัยและปลดล็อกศักยภาพให้สามารถใช้ทุนทางวัฒนธรรมต่อยอดเป็นโอกาสและส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน”
โดยในอนาคต นายณัฐพงษ์ ตั้งมั่นว่าจะพาคนในชุมชนนำทุนในพื้นที่มาปลดล็อกอาชีพใหม่ ๆ อย่างเช่น การสานไม้กวาดด้วยดอกก๋ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกลอย และการนำวัฒนธรรมมาผสานกับองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นอย่างไข่เค็มยาอูเนะให้มีคุณภาพมากขึ้น
ด้าน นางสาวพรสราญ พรศิริโสภา กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรบ้านโป่งลมแรง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วไป เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานกับ กสศ. โดยปลดล็อกตัวตนจากอดีตผู้ร่วมเรียนรู้และชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งสู่การลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ได้ Learn รู้จากการเป็นผู้ร่วมเรียนรู้ คือ การเรียนรู้สามารถเปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อตัวเองได้ เพราะหลายคนที่เคยมองว่าตัวเองเป็นเพียงแรงงานนอกระบบกลับค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถและมีคุณค่ามากกว่าที่คิด วันนี้จึงต้องการ Unlock ความคิดของผู้คนให้มองเห็นต้นทุน ภูมิปัญญา และความสามารถของตนเอง เพื่อต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ในการสร้างอาชีพและรายได้
นางสาวพรสราญ พรศิริโสภา
โดย นางสาวพรสราญ เชื่อว่าโอกาสในการเรียนรู้สามารถปลดล็อกชีวิตคนได้ อย่างที่เธอและเพื่อน ๆ เคยได้รับ ในปีนี้เธอจึงมุ่งมั่นถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อน ๆ ในชุมชน โดยหวังว่าจะนำกระบวนการทำงานของ กสศ. ที่ได้เรียนรู้ร่วมกับรุ่นพี่และทีมหนุนเสริมวิชาการภาคเหนือ มาพัฒนาศักยภาพคนในชุมชน และปลดล็อกคุณค่าชุมชนด้วยการสร้างนิเวศการเรียนรู้ใหม่จากการพัฒนาทุนเดิม และเปิดพื้นที่ให้คนได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการทอผ้าและย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวชาวปกาเกอะญอให้มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น


เช่นเดียวกับ นางทัดทรวง เตชะแก้ว โรงเรียนแม่เมาะวิทยา จังหวัดลำปาง หน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วไป ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับ กสศ. ในโครงการนำร่องนวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ Equity Partnership Season 6 ซึ่งเป็นโครงการที่บูรณาการการเรียนการสอนของหลักสูตรศิลปศาสตร์ สาขานวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงรายวิชาด้านนวัตกรรมและกระบวนคิดผู้ประกอบการ เพื่อนำองค์ความรู้มาเชื่อมโยงกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จริง มุ่งเสริมทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ให้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านประสบการณ์จริงตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการขายออนไลน์
ด้วยเหตุนี้ จึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนไปพร้อมกับผู้ปกครอง เนื่องจากประสบการณ์การเป็นครูกว่า 30 ปี ทำให้ นางทัดทรวง ต้องพบเจอกับปัญหาซ้ำซ้อนของครอบครัวนักเรียนที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ทั้งเรื่องอาชีพ รายได้ หรือการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เธอจึงต้องการ Learn รู้การสร้างเครือข่ายและกระบวนการพัฒนาชุมชน เพื่อ Unlock วงจรนี้ พร้อมสร้างโอกาสให้กับครอบครัวนักเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยการนำอัตลักษณ์ชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยนอย่างการปักผ้ามาผสานกับองค์ความรู้ด้านสมุนไพร พัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมอย่าง ถุงหอมมะหมาดมาศออร์แกนิก ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ Equity Partnership Season 6 มาสร้างการเรียนรู้ให้กับนักเรียน และผู้ปกครองได้มีเวลาเรียนรู้ร่วมกัน จนนำไปสู่การพัฒนาเป็นทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ได้
…9 เดือน ต่อจากนี้ ไม่อาจรู้ได้ว่าบทสรุปของการทำงาน Learn to Unlock จะเป็นไปในทิศทางใด แต่อย่างน้อยเชื่อว่าพลังของทุกคนจะเป็นแรงบันดาลใจส่งต่อไปถึงผู้ร่วมเรียนรู้ให้สามารถปลดล็อกตัวตนและมองเห็นอนาคตใหม่จากทุนชุมชนได้ นับจากนี้ ขอเชิญชวนทุกหน่วยจัดการเรียนรู้ร่วมก้าวสู่ศักราชใหม่ไปพร้อมกันกับ กสศ. ด้วยพลังแห่งผีเสื้อที่พร้อมจะพาทุกท่านโบยบินไปสู่สังคมแห่งความเสมอภาค
