“ต้าร์” กับการ “RE-LIFE” ชีวิตใหม่ให้กลับมาหลงรักการเรียนรู้อีกครั้ง…

สำหรับหลายคน การยืนถือไมโครโฟนหน้าเสาธงอาจเป็นเพียงหน้าที่ของตัวแทนนักศึกษา แต่สำหรับ “ต้าร์” นายภูวมินทร์ สิงห์ทอง ชายหนุ่มวัย 23 ปี จากอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ วินาทีที่เขาได้กล่าวนำเพื่อน ๆ และรุ่นน้องเคารพธงชาติในรั้ววิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ คือช่วงเวลาที่ทำให้เขารู้ว่า ชีวิตได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งอย่างแท้จริง

จากเด็กที่เคยตัดสินใจเดินออกจากโรงเรียนในวัย 13 ปี เพราะรู้สึกว่าการเรียนไม่ตอบโจทย์ชีวิต และหลงเดินทางผิดจนชีวิตสะดุด ต้าร์ใช้เวลาหลายปีอยู่กับงานก่อสร้าง แบกปูน จับเสียม จับเสียม ออกเดินทางไปตามไซต์งานเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่วันนี้เขาได้กลับสวมชุดนักศึกษาอีกครั้งในฐานะนักศึกษา “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างกลเกษตร

การกลับมาเรียนของต้าร์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่คือการ “RE-LIFE” หรือการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

จากเด็กที่ไม่ชอบเรียน สู่การค้นพบว่า “การเรียนรู้” เปลี่ยนชีวิตได้

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ต้าร์ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะกลับมาเรียนได้อีกครั้ง เพราะหลังออกจากโรงเรียนเขาใช้ชีวิตอยู่กับงานก่อสร้างมาโดยตลอด ทำทุกอย่างเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง จนเมื่ออายุมากขึ้น เขาเริ่มเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันทยอยเรียนจบ มีหน้าที่การงาน และมีโอกาสในชีวิตมากขึ้น ความคิดที่อยากกลับมาเรียนจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น แม้จะไม่แน่ใจว่าคนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปนานอย่างเขาจะมีที่ยืนอีกหรือไม่

แต่โอกาสในการเปลี่ยนชีวิตเกิดขึ้น เมื่อต้าร์ได้เจอกับ กลไกผู้ใหญ่ใจดี จากเทศบาลตำบลหนองสนิท จังหวัดสุรินทร์ และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการ Thailand Zero Dropout เพื่อไม่ให้มีเด็กคนไหนหลุดหายไปจากระบบการศึกษา ได้มองเห็น และเข้ามาชักชวนต้าร์ให้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้อีกครั้ง ผ่านการจัด การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

ต้าร์ตัดสินใจเลือกเรียน “โรงเรียนมือถือ (Mobile School)” กับศูนย์การเรียน ที่ไม่ได้บังคับให้เขาต้องทิ้งจอบทิ้งเสียม แล้วกลับไปนั่งในห้องเรียนแบบเดิม แต่พาการเรียนรู้เข้าไปหาเขาถึงหน้างาน นำประสบการณ์อาชีพช่างก่อสร้างที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่อายุ 13 ปี มาเจียระไนผ่านการเทียบโอนประสบการณ์ เปลี่ยน งานใช้แรง ให้กลายเป็น หน่วยกิตทางการศึกษา โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ จนสามารถคว้าวุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้สำเร็จในเวลาเพียง 6 เดือน

ซึ่งต้าร์มองว่านั่นคือ “กำไรชีวิต” ที่มากเกินฝันแล้ว และเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่ส่งให้เขาสอบผ่านจนคว้าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. ได้ในที่สุด และสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขามากกว่าการได้วุฒิการศึกษา คือการค้นพบว่า ตัวเองยังมีความสุขกับการเรียนรู้

ห้องเรียนที่เคยคิดว่าน่าเบื่อ กลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้ความฝันเติบโตขึ้น

เพียงหนึ่งเดือนในรั้ววิทยาลัย ต้าร์เริ่มรู้สึกว่าทุกวันมีเรื่องใหม่ให้ค้นพบ จากคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเปิดคอมพิวเตอร์ วันนี้เขาฝึกเขียนโครงการ เรียนรู้การทำงานเป็นทีม จากคนที่เคยใช้แรงกายในไซต์ก่อสร้าง วันนี้เขากำลังเรียนรู้ระบบนิวเมติกส์ ไฮดรอลิก วงจรไฟฟ้า และเครื่องจักรกลเกษตรผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และยิ่งได้เรียนรู้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นเท่านั้น

“เมื่อก่อนผมคิดว่าเรียนแค่ ปวส. ก็คงพอแล้ว แต่พอได้เรียนจริง ๆ กลับยิ่งอยากเรียนต่อ อยากรู้ให้มากขึ้น เพราะยิ่งเรียน ก็ยิ่งเห็นว่าโลกมันกว้างกว่าที่เราเคยคิด”

ต้าร์ กล่าว

พลังของการถูก ‘มองเห็น’ และความเชื่อมั่นที่ปลดล็อกศักยภาพการเรียนรู้

ความตั้งใจและความรับผิดชอบของต้าร์ทำให้อาจารย์มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน จนมอบหมายตำแหน่ง ประธานชมรมวิชาชีพช่างกลเกษตร ให้เขาดูแลตั้งแต่เข้าเรียนได้เพียงไม่นาน แม้ในตอนแรกต้าร์จะตั้งคำถามกับตัวเองและแอบงงว่าอาจารย์เห็นอะไรในตัวเด็กใหม่อย่างเขา แต่การที่อาจารย์เชื่อมั่นและให้โอกาส พาไปอบรมพัฒนาภาวะผู้นำถึงจังหวัดขอนแก่น รวมถึงเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ทำให้ต้าร์ถูก ‘มองเห็น’ และได้รับความไว้วางใจจากทุกคนในวิทยาลัย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกความกลัวในใจ และเปลี่ยนให้ต้าร์กลายเป็นคนกล้าพูด กล้าแสดงออก จนกลายเป็นคนถือไมค์ดำเนินกิจกรรมอย่างสนุกสนานและมั่นใจ

“ภูมิใจที่สุดแล้วครับ เหมือนมันเปลี่ยนสถานะของเรา จากเมื่อก่อนเราทำงานก่อสร้าง ไม่เคยมีใคร ก็สนใจ แต่ทุกวันนี้อาจารย์แต่ละแผนกก็เรียกใช้ ทุกคนให้ความสนใจและรับฟังเรา จากคนที่เคยเจอไมค์แล้วสั่น ตอนนี้แทบไม่วางไมค์แล้วครับ”

ต้าร์ เล่าด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้เปลี่ยนแค่อนาคต แต่เปลี่ยนวิธีมองชีวิต

เบื้องหลังรอยยิ้มของประธานชมรมช่างกลฯ ยังมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้าร์ไม่ยอมแพ้ เพราะน้องสาวของเขาเพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เลือกหยุดเรียนหนึ่งปี เพื่อเปิดโอกาสให้พี่ชายได้เรียนต่อ เพราะครอบครัวไม่สามารถส่งเสียลูกสองคนพร้อมกันได้แต่โชคดีที่ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. เข้ามาช่วยปลดล็อกความกังวลใจของครอบครัวลงไปได้บ้าง แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ต้าร์รู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อโอกาสนี้ให้มากที่สุด

ทุก ๆ วัน ต้าร์จะตื่นเช้าเพื่อมาดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยของแผนก เขาเลือกที่จะลงมือทำงานให้เห็นก่อนสั่งงานรุ่นน้อง อีกทั้งยังนำทีมออกบริการชุมชน ซ่อมเครื่องจักร เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และถ่ายทอดความรู้ให้ชาวบ้าน เพราะเขาเชื่อว่า ความรู้จะมีคุณค่าที่สุด เมื่อมีคนมองเห็นและถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น

RE-LIFE คือการได้กลับมาฝันอีกครั้ง

หากถามว่า RE-LIFE เปลี่ยนอะไรในชีวิตของต้าร์มากที่สุด…? คำตอบอาจไม่ใช่แค่การได้ทุน แต่คือการทำให้ต้าร์ได้ก้าวเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทั้งการกลับเข้าสู่ห้องเรียนอีกครั้ง การรับบทบาทผู้นำในฐานะประธานชมรม และการได้ลองทำหน้าที่ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ทำในชีวิต

จากคนที่เคยเชื่อว่าการเรียนไม่มีความหมาย วันนี้เขากลับได้ค้นพบว่าทุกประสบการณ์ใหม่ ๆ เหล่านี้ ค่อย ๆ พาให้เขาเปิดโลกการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น และนำไปสู่ความอยากเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งยังได้รับพลังจากคนที่เชื่อมั่นในตัวเขา จนกลายเป็นคนที่อยากเรียนต่อในระดับปริญญาตรี และใฝ่ฝันจะเป็นวิศวกรเครื่องกลเกษตรในอนาคต พร้อมกลับไปสร้างบ้านให้ครอบครัว ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความรู้ใหม่ ๆ ที่ตนเองมี

ครั้งหนึ่ง ในสายตาคนอื่นอาจมองว่าต้าร์เคยใช้แรงกายเพื่อสร้างบ้านให้ผู้คน แต่วันนี้ เขากำลังใช้ “การเรียนรู้” และ “โอกาส” เพื่อสร้างชีวิตของตัวเองขึ้นใหม่อีกครั้ง