จากตำบล Zero Dropout สู่ Learning Hub เมื่อหนองสนิทชวนทั้งสุรินทร์ร่วมสร้าง “นิเวศการเรียนรู้” ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ปีที่ผ่านมา เทศบาลตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการประกาศเป็น ตำบล Zero Dropout” หลังสามารถพาเด็กและเยาวชนทุกคนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นได้สำเร็จ ผ่านการทำงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ศูนย์การเรียน ภาคีเครือข่าย และกลไก “ผู้ใหญ่ใจดี” ที่ร่วมกันค้นหา ดูแล และออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน

แต่สำหรับทีมงานของเทศบาลตำบลหนองสนิท ความสำเร็จครั้งนั้นยังไม่ถึงเส้นชัย หากเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้โอกาสทางการเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตำบลหนองสนิท แต่ขยายไปสู่พื้นที่อื่น และเชื่อมโยงการทำงานของทั้งจังหวัดสุรินทร์เข้าด้วยกัน…?

นี่จึงเป็นที่มาของการขยับบทบาทครั้งสำคัญในปี 2569 เมื่อเทศบาลตำบลหนองสนิทกำลังพัฒนาบทบาทสู่การเป็น Learning Hub หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ของพื้นที่ ทำหน้าที่เป็น โซ่ข้อกลาง” ที่เชื่อมคน เชื่อมงาน เชื่อมองค์ความรู้ และเชื่อมทรัพยากรระหว่างหน่วยจัดการเรียนรู้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีการศึกษา เพื่อให้ผู้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเอง

นายสมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้จังหวัดสุรินทร์มีหน่วยจัดการเรียนรู้หลายแห่งเริ่มขับเคลื่อนงานพร้อมกัน ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทั้ง กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร, วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่เนื้อลูกผสมไก่โคราชตำบลหนองสนิท, องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีง จังหวัดสุรินทร์ และเครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่ หากแต่ละหน่วยต่างดำเนินงานแยกส่วนกัน อาจเกิดความซ้ำซ้อนและใช้ศักยภาพของแต่ละพื้นที่ได้ไม่เต็มที่

“ถ้าต่างคนต่างทำ พลังที่เกิดขึ้นอาจไม่มาก แต่เมื่อเชื่อมโยงกัน แต่ละพื้นที่จะช่วยเติมเต็มสิ่งที่อีกพื้นที่มี และทำให้ผู้เรียนมีทางเลือกมากขึ้น”

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การออกแบบระบบการทำงานใหม่ ที่ไม่ได้มองแต่ละหน่วยจัดการเรียนรู้เป็นโครงการ แต่เป็นการทำงานในรูปแบบเครือข่ายเดียวกันที่สามารถส่งต่อผู้เรียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสนับสนุนทรัพยากรระหว่างกันได้ ยกตัวอย่างเช่น หากครอบครัวหนึ่งต้องการเรียนรู้เพื่อสร้างอาชีพด้านการเลี้ยงไก่ ก็สามารถเชื่อมต่อไปยัง “วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่เนื้อลูกผสมไก่โคราชตำบลหนองสนิท” จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งพัฒนา “ห้องเรียนไก่โคราช” จากฟาร์มเลี้ยงไก่ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน ใช้การเลี้ยงไก่เป็นฐานในการบูรณาการทั้งองค์ความรู้ด้านอาชีพ ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพของตนเอง พร้อมต่อยอดสู่การมีอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร จังหวัดสุรินทร์ เปิดพื้นที่การเรียนรู้บนฐานวิถีชุมชน ผ่านห้องเรียนเกษตรผสมผสาน การทอผ้า และภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยปัจจุบันได้เชื่อมความร่วมมือกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อให้การเรียนรู้สามารถต่อยอดสู่คุณวุฒิการศึกษาและอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในอีกด้านหนึ่ง หาก “อบต.เมืองลึง” อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ พบเด็กหรือเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เทศบาลตำบลหนองสนิทก็พร้อมสนับสนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นผ่านศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 และ Mobile School พร้อมถ่ายทอดบทเรียน “กลผู้ใหญ่ใจดี” ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้หนองสนิทสามารถขับเคลื่อนงาน Zero Dropout ได้สำเร็จ เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ร่วมกัน

โดยความร่วมมือดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งบทบาทการทำงานของแต่ละหน่วย แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ “เคลื่อนย้าย” ไปตามเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับตนเองได้ หากสนใจการเลี้ยงไก่ก็สามารถเรียนรู้กับห้องเรียนไก่โคราช สนใจเกษตรหรือหัตถกรรมก็สามารถเข้าห้องเรียนของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร หรือหากต้องการเรียนรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ก็สามารถเชื่อมต่อไปยัง อบต.เมืองลีง

ขณะเดียวกัน หากผู้เรียนต้องการศึกษาต่อเพื่อรับคุณวุฒิการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุกหน่วยยังสามารถส่งต่อมายังเทศบาลตำบลหนองสนิท ซึ่งทำงานร่วมกับโรงเรียนมือถือ (Mobile School)  จากศูนย์การเรียน CYF  เพื่อเทียบโอนผลการเรียนรู้และวางเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน

ดังนั้น บทบาทของเทศบาลหนองสนิทในวันนี้ จึงไม่ใช่การทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เป็นการ “เชื่อมจุดแข็ง” ของแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ด้านอาชีพ ห้องเรียนชุมชน การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น หรือกระบวนการดูแลเด็กและเยาวชน เพื่อให้ผู้เรียนแต่ละคนสามารถเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้

“เราอยากสร้าง “นิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” ที่เป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนที่อยากขับเคลื่อนเรื่องนี้ร่วมกัน เพื่อลดจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา สร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง และทำให้แต่ละพื้นที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้”

นายสมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ กล่าว

เป้าหมายของการเชื่อมโยงเครือข่ายครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่ยังมุ่งสร้างห้องเรียนชุมชนที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ของแต่ละพื้นที่ เปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ข้ามชุมชน และต่อยอดไปสู่การผลักดันนโยบายสาธารณะด้านการเรียนรู้ร่วมกันในระดับจังหวัดต่อไป

จากวันที่เทศบาลตำบลหนองสนิทสร้าง “ตาข่ายการศึกษาที่ยืดหยุ่น” เพื่อโอบรับเด็กทุกคนในตำบล วันนี้ตาข่ายผืนนั้นกำลังขยายกว้างขึ้น เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และหน่วยจัดการเรียนรู้หลายแห่งเข้าด้วยกัน เพื่อพิสูจน์ว่า การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากเป็นความร่วมมือของทั้งพื้นที่ ที่พร้อมโอบรับทุกคนไว้ในระบบการเรียนรู้ และก้าวไปสู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง