Unlock การเรียนรู้ด้วย “กลไกท้องถิ่น”

“ทุกโจทย์ปัญหา คำตอบอยู่ที่ชุมชน” ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นกลไกสำคัญต่อการพัฒนาเชิงพื้นที่

ประโยคข้างต้นเป็นความเชื่อมั่นของ ดร.อิทธิพล มาชื่น สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข ซึ่งดำเนินงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้โครงการหนุนเสริมวิชาการและติดตามตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ มากว่า 2 ปี ด้วยการเฟ้นหาศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 พื้นที่จากทั่วประเทศ ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เทศบาลตำบลลำปางหลวง จังหวัดลำปาง, เทศบาลตำบลหนองสนิท จังหวัดสุรินทร์, เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับสมาคมไทสิกขา, เทศบาลนครนครสวรรค์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์, เทศบาลเมืองปากพูน และเทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งความเชื่อมั่นดังกล่าวมาจาก 5 ความพร้อมของ อปท. คือ ความพร้อมที่หนึ่ง ความสามารถในการเข้าใจ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความพร้อมที่สอง ระบบข้อมูลและกระบวนการทำข้อมูลที่นำไปสู่การวางแผนให้กับกลุ่มเป้าหมาย การทำแผนให้กับองค์กรชุมชน และการทำแผนร่วมกับพื้นที่ในการขับเคลื่อนงานร่วมกัน ความพร้อมที่สาม กลไกสร้างความร่วมมือ ความพร้อมที่สี่ รูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น และความพร้อมที่ห้า การเชื่อมต่อ ส่งต่อ ในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด หรือหน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์

ท้องถิ่นกับการสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

สำหรับการสร้างความร่วมมือระดับท้องถิ่น แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ กล่าวคือ ระยะแรก มุ่งเน้นการทำงานพัฒนาระบบการจัดการของพื้นที่ หากพื้นที่มีระบบจัดการที่ดีและเข้มแข็ง ไม่ว่าจะขับเคลื่อนงานในประเด็นใด ก็จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ระยะสอง มุ่งเน้นการสร้างรูปธรรมในการทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย และครอบครัวของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการทำงานกับคนทำงาน โดยในหลายพื้นที่มีการทำงานร่วมกับครู ผู้ใหญ่ใจดีในชุมชน หรือทีมงานภาคส่วนต่าง ๆ เนื่องจากรูปธรรมจากการทำงานจะส่งต่อความเชื่อมั่นและความไว้วางใจทั้งจากกลุ่มเป้าหมาย และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ระยะสาม ขยายผลในพื้นที่ของตนเอง ตำบลใกล้เคียง ขยับไปสู่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และเชิงนโยบาย

จากการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง 2 ปี สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การพัฒนาคน ทั้งกลุ่มเป้าหมาย และคนทำงาน หากไม่พัฒนาควบคู่กัน ก็อาจจะไม่เกิดความยั่งยืน ดังนั้น จึงต้องพัฒนาทั้งคนและระบบไปพร้อมกัน รวมทั้งการทบทวนว่าระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้ว และเกี่ยวข้องกันจะสามารถนำมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างไร ที่สำคัญระบบนั้นต้องสามารถพัฒนาคนได้ด้วยเปรียบเสมือนวงจรของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน “พัฒนาคน คนพัฒนาระบบ และระบบสามารถพัฒนาคนได้”

ประเด็นที่สอง การใช้การศึกษาเรียนรู้เป็นเครื่องมือพัฒนาให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้คนในชุมชนสามารถ “อยู่ได้และอยู่ดี” อยู่ได้ หมายถึง ดำรงชีวิตอยู่ได้ อยู่ดี หมายถึง ชีวิตที่อยู่อย่างมีมาตรฐาน มีคุณภาพ และมีคุณค่า ไม่ใช่การอยู่ตามอัตภาพ ดังนั้น การทำงานกับเด็กเยาวชนในหลายพื้นที่จึงไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องวุฒิการศึกษา หรือการเข้าสู่ระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะเพื่อการประกอบอาชีพ และทักษะชีวิตเพื่อการดำรงอยู่อย่างมีคุณภาพ และมีความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม

ประเด็นที่สาม การให้ความสำคัญกับนิเวศรอบตัว เนื่องจากในพื้นที่ยังมีเรื่องราวอีกหลายมิติ ทั้งเรื่องของปัจเจกบุคคล การรวมกลุ่ม องค์กร กายภาพ โครงสร้างทางสังคม ทัศนคติ ความเชื่อ มุมมองในการให้คุณค่าคน รวมถึงทุนทรัพยากรต่าง ๆ ดังนั้นในการทำงานจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนิเวศในบริบทนั้น ๆ ด้วย

ประเด็นที่สี่ เงื่อนไข กรอบ และอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งเกิดคำถามสำคัญที่ชวนให้เกิดการทบทวนว่า การที่ไม่สามารถจัดการได้ หรือไม่สามารถหลุดจากกรอบ หรืออุปสรรคได้นั้น เป็นเพราะคนทำงาน “ไม่รู้” วิธีแก้ไข หรือเพราะ “รู้” แต่ไม่กล้าพาตัวเองก้าวออกมาจากกรอบ ไม่ยอมจัดการเงื่อนไขนั้น หรือเป็นเพราะ “รู้มากไป” จึงทำไม่ได้เพราะกลัวว่าจะผิดพลาด หรือโดนตรวจสอบในภายหลัง

ประเด็นที่ห้า มีความสำคัญอย่างยิ่งคือ “การจัดการเชิงพื้นที่” เพื่อให้มีระบบ กลไก เตรียมพร้อมสำหรับสนับสนุนการทำงานเชิงประเด็น เพราะการทำงานเรื่องการศึกษาเรียนรู้ เป็นงานเชิงประเด็นที่มีการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเด็กเยาวชน และเป็นงานเชิง Popularity-based แต่คำถามสำคัญคือ งานเชิงพื้นที่ หรือ Area-based ที่ขับเคลื่อนกันมานั้น มีความเข้มแข็งพร้อมแล้วหรือยังที่จะรับมือการทำงานเชิงประเด็นต่าง ๆ

โดยการทำงานดังกล่าวมุ่งไปสู่การสร้างพื้นที่ตัวแบบนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นด้วยกลไกท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการสร้างโอกาสการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและสนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ทั้งในระบบ นอกระบบ และเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ให้ค้นพบศักยภาพและมองเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อกลับมาฉายแสงอีกครั้ง

ทั้งนี้ กสศ. ขอเชิญชวนหน่วยงานท้องถิ่นลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของการศึกษาร่วมกัน เพื่อปลดล็อกการทำงานสู่การสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนและพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนได้