ร่วมเรียนรู้โมเดลการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชนที่ “คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

ให้คนลุกขึ้นมาจัดการตัวเองเพื่อก้าวสู่การเป็นตัวเองที่เข้มแข็ง และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งไปพร้อมกัน

จากผลวิจัยงานสังเคราะห์บทเรียนการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบ 14 พื้นที่ ซึ่งดำเนินงานร่วมกับ กสศ. ต่อเนื่อง โดยรองศาสตราจารย์กมลทิพย์ แจ่มกระจ่าง อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนอาจไม่ใช่คำตอบของการดึงคนกลับสู่เส้นทางการศึกษาเรียนรู้ แต่ชุมชนสามารถทำได้ด้วยการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน ส่งเสริมทักษะให้ผู้ร่วมเรียนรู้มีงานทำ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้ชุมชนเป็นฐานและใช้ชีวิตจริงเป็นหลักสูตรเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นภาพของการออกแบบนวัตกรรมที่ยืดหยุ่นตามบริบทชีวิตจริง  “สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงฐานคิดที่สำคัญในการเรียนรู้ใหม่”จากเคยเป็นหลักสูตรมาตรฐาน ก็นำบูรณาการเข้ากับวิถีชีวิต จากผู้สอนก็กลายเป็นผู้เอื้ออำนวยการเรียนรู้ เป็นการสนับสนุนและหนุนเสริมการเรียนรู้ให้กลายเป็นกระบวนการที่มีชีวิตขึ้นมา

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสามารถนำมาสู่การขยายผลและสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืนได้ โดยพบว่าทุกการเปลี่ยนแปลงทั้งระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน สามารถขยายผลสู่ความยั่งยืนได้ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง จากพื้นที่สู่ระดับนโยบาย จากโครงการสู่ความเป็นระบบเศรษฐกิจชุมชน หรือ Social Enterprise (SE) ขณะเดียวกัน “ระดับแนวราบ” อาจมีการขยายสู่พื้นที่ข้างเคียง เป็นเสมือนคนที่แข็งแรงแล้วไปเป็นพี่เลี้ยง หรือถ่ายทอดความรู้ให้คนหรือกลุ่มที่สนใจสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มข้างเคียงได้

ส่วน “ระดับแนวดิ่ง” อาจมีการผลักดันสู่นโยบายระดับท้องถิ่น หรือแผนพัฒนาจังหวัด ขณะเดียวกันอาจนำไปสู่การพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้ เหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำไปสู่ความยั่งยืนได้…