“4 ทักษะสำคัญ” ยกระดับคุณภาพชีวิต สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

กสศ. ปลดล็อกข้อจำกัดของชีวิตและสร้างโอกาสใหม่ให้การเรียนรู้ ผ่านทักษะสำคัญ 4 ด้าน ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านที่ 1 ทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational skills) ด้านที่ 2 ทักษะการดูแลสุขภาพจิตและการดูแลครอบครัวเชิงบวก ด้านที่ 3 ทักษะอาชีพและการประกอบการ และ ด้านที่ 4 ทักษะบริหารและจัดการการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

โลกในยุคปัจจุบัน การมีวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทักษะที่สอดคล้องกับบริบทชีวิตและการทำงานจริงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาทักษะ จึงเป็นมากกว่าเรื่องของวุฒิการศึกษา หากแต่เป็นเรื่องของการสร้างรากฐานให้คนสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และสร้างอนาคตที่มั่นคง

โครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น ปี 2569 จึงมุ่งส่งเสริมและออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้คน โดยมีเป้าหมายในการจัดการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้ร่วมเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เกิดทักษะในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในระดับปัจเจกและครอบครัว เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของชีวิตและสร้างโอกาสใหม่ให้การเรียนรู้สามารถตอบโจทย์ชีวิตจริงได้อย่างรอบด้าน

โครงการฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะสำคัญ 4 ด้าน ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่การวางรากฐานชีวิต การสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว การต่อยอดสู่การมีอาชีพและรายได้ ไปจนถึงการบริหารจัดการการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว ผ่านทักษะ 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ด้านที่ 1 ทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational skills) ด้านที่ 2  ทักษะการดูแลสุขภาพจิตและการดูแลครอบครัวเชิงบวก ด้านที่ 3 ทักษะอาชีพและการประกอบการ และ ด้านที่ 4 ทักษะบริหารและจัดการการเงิน

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง คือ “ทักษะพื้นฐานชีวิต”

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง คือ “ทักษะพื้นฐานชีวิต”

ก่อนจะมีอาชีพหรือมีรายได้ ต้องเริ่มจาก ด้านที่ 1 ทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational skills) เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการประกอบอาชีพในโลกปัจจุบัน การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต และส่งเสริม 3 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการอ่านการรู้หนังสือ ทักษะดิจิทัล และทักษะทางสังคมและอารมณ์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการประกอบอาชีพในทุก ๆ ด้าน ดังนี้  

  1. ทักษะการอ่านการรู้หนังสือ (Literacy Skills): ส่งเสริมให้ผู้ร่วมเรียนรู้เข้าใจและมีความสามารถในการใช้ทักษะอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการประกอบอาชีพ อาทิ ความสามารถในการอ่านคู่มือเพื่อการประกอบอาชีพ ความเข้าใจในการอ่านและกรอกเอกสารทางราชการ ตลอดจนรู้เท่าทันข้อมูล และตีความข้อมูลจากสิ่งที่อ่านได้ แยกแยะข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น สามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล สามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ สามารถเข้าถึงข้อมูล ใช้ความรู้ในการดำรงชีวิต แก้ปัญหา และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันโลกยุคใหม่
  2. ทักษะดิจิทัล (Digital Literacy Skills): ส่งเสริมให้ผู้ร่วมเรียนรู้เข้าถึง เข้าใจ ข้อมูลเนื้อหาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีจริยธรรม โดยครอบคลุมทั้งการใช้เครื่องมือดิจิทัล อาทิ สามารถใช้สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาและวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลได้ ติดต่อสื่อสาร หรือทำธุรกรรมออนไลน์ได้ สามารถรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลในการแยกแยะข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน และใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ รวมไปถึงการรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ อาทิ การหลอกลวงออนไลน์ เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต การทำงาน และการมีส่วนร่วมในสังคมยุคปัจจุบัน
  3. ทักษะสังคมและอารมณ์ (Social and Emotional Skills): ส่งเสริมการสร้างความเข้าใจและจัดการอารมณ์ ความคิด จุดแข็ง จุดอ่อน และเห็นคุณค่าของตนเอง รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และอยู่ร่วมกับชุมชนสังคมได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ เมื่อผู้ร่วมเรียนรู้มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแล้ว อีกหนึ่งมิติสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม คือความเข้มแข็งทางใจและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เมื่อใจเข้มแข็ง ครอบครัวก็เข้มแข็ง

ด้านที่ 2 ทักษะการดูแลสุขภาพจิตและการดูแลครอบครัวเชิงบวก หน่วยจัดการเรียนรู้จะต้องแสดงให้เห็นถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพพื้นฐาน กายและใจ ของบุคคล ครอบครัวและชุมชน และการดูแลครอบครัวเชิงบวกเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ความเข้าใจและส่งเสริมพัฒนาการตามวัย ตลอดจนการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์นำไปสู่การส่งเสริมชุมชนเข้าสู่วิถีสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันหากผู้ร่วมเรียนรู้ หรือประชาวัยแรงงานนอกจากมีทักษะ มีอาชีพ มีรายได้แล้ว ยังสามารถเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีและสามารถที่จะดูแลลูก ๆ และอยู่ร่วมกับคนในครอบครัวได้ด้วยความเข้าใจ ก็จะเกิดเป็นรากฐาน เป็นภูมิคุ้มกันที่ทำให้ครอบครัวแข็งแรง ลูกหลานมีพื้นที่ปลอดภัยและไม่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาในอนาคต

ขณะเดียวกัน การมีสุขภาวะที่ดีและครอบครัวที่เข้มแข็ง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ร่วมเรียนรู้สามารถสามารถต่อยอดศักยภาพของตนเองสู่การสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น เพราะเมื่อครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ผู้ร่วมเรียนรู้ย่อมมีพลังในการก้าวต่อไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างอนาคต

ด้านที่ 3 ทักษะอาชีพและการประกอบการ เน้นการประกอบการเองหรือรวมกลุ่ม การยกระดับมาตรฐานฝีมือ ตามความต้องการของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส และทิศทางการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น การเพิ่มมูลค่าให้แก่การประกอบอาชีพสอดคล้องกับต้นทุนที่มีในชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อการมีรายได้ที่มั่นคง

อย่างไรก็ตาม การมีอาชีพหรือรายได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากขาดทักษะในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรทางการเงิน การสร้างความมั่นคงในชีวิตจึงต้องควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านการเงินและการจัดการรายรับรายจ่ายอย่างเหมาะสม ทักษะที่ดีจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ รายได้ และความมั่นคงของชีวิตได้จริง

สร้างวินัยทางการเงิน สู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน

สำหรับทักษะ ด้านที่ 4 ทักษะบริหารและจัดการการเงิน เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการบริหารจัดการชีวิตและการวางแผนทางการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ร่วมเรียนรู้ อาทิ การวางแผนการออกแบบวิธีการจัดการการเงินในระดับครัวเรือนเพื่อการมีชีวิตที่มั่นคง การทำบัญชีครัวเรือน การออม การจัดการรายรับรายจ่าย รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้น จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง ก็ต่อเมื่อมาพร้อมกับการบริหารจัดการทางการเงินที่ดี

ทักษะทั้ง 4 ด้านนี้ เปรียบเสมือน “ห่วงโซ่แห่งโอกาส” ที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการสร้างรากฐานการเรียนรู้และการใช้ชีวิต เสริมด้วยความเข้มแข็งทางใจและครอบครัว ต่อยอดสู่การมีอาชีพและรายได้ ก่อนจะนำไปสู่การบริหารจัดการการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว เพราะเป้าหมายสูงสุดของการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการมีความรู้เพิ่มขึ้น แต่คือการทำให้ผู้คนมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น มีศักยภาพในการกำหนดอนาคตของตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เหล่านี้ คือหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานในปี 2569 ที่ตั้งเป้าเพื่อการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้แก่ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคมให้ได้รับการพัฒนา พร้อมทั้งยกระดับชุดทักษะเพื่อสร้างโอกาสในชีวิตและอาชีพ ผ่านการทำงานของเครือข่ายหน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วประเทศ เพื่อมาร่วมออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ “การทำให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์มีรายได้สูงขึ้น” มีทัศนคติความคิดแบบเติบโต หรือ Growth Mindset เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน