บทบาทภาคเอกชน กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “การศึกษาบนฐานอาชีพและชุมชน”
พื้นที่พิเศษที่เชื่อว่า “เด็กทุกคน” เรียนรู้และพัฒนาได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์ชีวิตของเด็กแต่ละคนนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนทุกคนเติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่แต่ละคนล้วนมีความถนัด มีศักยภาพ และความสามารถในแบบของตัวเอง ดังนั้นเส้นทางพัฒนาการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับเด็กพิเศษเหล่านี้ อาจต้องมีกระบวนการออกแบบอย่างยืดหยุ่นและเข้าใจ ซึ่งจะต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน


บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่ง “หุ้นส่วนการศึกษา” ที่เข้ามาร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอมภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัวในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากวิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่มีความเชื่อมโยงกับฐานอาชีพในพื้นที่ โดยมีมูลนิธิปัญญาปลูกฟาร์มสุข เป็นแกนนำร่วมขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นโดยใช้ “อาชีพ” เป็นเครื่องมือ เพื่อให้เกิดทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะในการประกอบอาชีพ สำหรับครอบครัวผู้ดูแลคนพิการทางสติปัญญาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ผ่าน “ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข”
ทั้งนี้ บริษัท ไซโนฯ เป็นหนึ่งในภาคีหุ้นส่วนการศึกษาของ กสศ. ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาของเด็กเยาวชนทุกคนรวมถึงเด็กพิเศษ ด้วยความเชื่อมั่นว่าหากเด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้อย่างเหมาะสม เขาก็จะเติบโตและกลายเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศได้ จึงเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ALL for EDUCATION สร้างโอกาสการเรียนรู้เพื่อเด็กพิเศษ: Sino Save The World สู่การจัดการพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กพิเศษและครอบครัวเปราะบางบนฐานอาชีพที่เชื่อมโยงกับนิเวศท้องถิ่นในพื้นที่ภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ซึ่งในอนาคตพื้นที่แห่งนี้จะได้รับการพัฒนาและก้าวไปสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข” ที่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้กับเด็กพิเศษและเด็กเยาวชนอื่น ๆ ในพื้นที่ต่อไปในอนาคต


สำหรับแผนการขับเคลื่อนการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งครอบครัวเปราะบาง จะดำเนินการบนฐานอาชีพที่เชื่อมโยงกับนิเวศท้องถิ่นในพื้นที่ภาคกลาง ตะวันตก และตะวันออก ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การเรียนที่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษหรือเด็กและเยาวชนในพื้นที่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนและครอบครัวเป็นฐาน การพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้จากฐานกิจกรรมจึงมีความเชื่อมโยงกับทักษะการประกอบอาชีพของเด็กในอนาคต รวมถึงอาชีพของพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษในพื้นที่ เพื่อให้เขาสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนาได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยมีผู้ปกครองเข้ามาเป็นหุ้นส่วนหลักในการสร้างสรรค์การเรียนรู้
“สิ่งที่เด็กพิเศษและครอบครัวอยากได้ ไม่ใช่ความสงสาร แต่คือความเข้าใจ และเปิดใจเรียนรู้ร่วมกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีความหลากหลายและมีศักยภาพในแบบของตนเอง หากเราเข้าใจและสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้ได้ เขาก็จะสามารถเติบโตและอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมได้อย่างเสมอภาค”
นางสาวอัญชนา สายนิยม หนึ่งในตัวแทนครอบครัวเด็กพิเศษในพื้นที่ กล่าว


ทางด้าน นางสาวพิมพ์ใจ พันวินิต ประธานกรรมการมูลนิธิปัญญาปลูกฟาร์มสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า มูลนิธิปัญญาปลูกฟาร์มสุข เป็นองค์กรเอกชนผู้ขออนุญาตจัดการศึกษาในศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 และขอจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข” โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาโดยเฉพาะ
ล่าสุด มูลนิธิปัญญาปลูกฟาร์มสุขได้รับหนังสือแจ้งจากกระทรวงศึกษาธิการให้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 มุ่งเน้นการจัดการศึกษาที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้แผน IEP เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน เพื่อสอดรับกับความต้องการและข้อจำกัดของเด็กพิเศษเป็นรายบุคคลอย่างแท้จริง ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องมีการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาให้ “เข้มข้นและตรงจุด” มากขึ้น ภายในกลางเดือนกรกฎาคมนี้
เนื่องจากแผนการจัดการศึกษาเดิมที่มีอยู่ เป็นแผนที่เหมาะสำหรับภาพรวมสำหรับเด็กและเยาวชนทั่วไปที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงมีข้อเสนอแนะให้ระบุรายละเอียด แผนการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้มีความชัดเจนและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ระบุวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และเครื่องมือที่จะนำมาใช้พัฒนาเด็กพิเศษอย่างเป็นระบบ ปรับเนื้อหาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล กำหนดแนวทาง วิธีการ และเครื่องมือในการวัดผลการเรียน การให้คะแนน รวมถึงเกณฑ์การตัดสินการจบหลักสูตรสำหรับเด็กพิเศษที่ชัดเจน และการจัดทำแผน IEP (Individualized Education Program)
ทั้งนี้ “ศูนย์การเรียนปัญญ์ฟาร์มสุข” เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนงานผ่านการผนึกกำลังร่วมกับหุ้นส่วนการศึกษาของ กสศ. บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่พยายามเปิดพื้นที่ให้เด็กพิเศษได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยผลักดันให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาพิเศษ และการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กพิเศษ ไปสู่คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษทั่วประเทศต่อไปในอนาคต
