สร้างโอกาสการเรียนรู้แบบฉบับ “คนปากพูน”

“คนทุกคนเกิดมาพร้อมคุณค่าและศักยภาพบางอย่างที่ทุกคนในชุมชนจะต้องช่วยกันเติมเต็มให้พวกเขาเหล่านั้นมองเห็นและรู้คุณค่าของตัวเอง”

Learn to Unlock ชวนเรียนรู้โมเดลการทำงานจากเทศบาลเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีนายหัวใหญ่อย่าง “นายธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพูน คอยหนุนอยู่ข้างหลัง ด้วยการกระจายอำนาจยกกำลังสองให้คณะทำงานและพลเมืองทุกคนลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตัวเองภายใต้แนวคิดการทำงานที่เฉพาะตัวและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

3 แนวคิด ขับเคลื่อนงานสู่ความสำเร็จ

  1. รูพังเหย เข้าได้ทางเดียว ออกได้หลายทาง ไม่ติดกรอบเดิม
  2. ต้นกล้วย ไม่ต้องมีแกน แต่ร่วมกันทำ โดยมีเทศบาลเป็น เวที และชุมชนเป็น ผู้แสดง
  3. ขนมเปียกปูน รวมผู้นำมาสร้างกลุ่มและเครือข่าย โดยมีข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ร่วมกัน

ก้าวแรกของการทำงาน… ทำ 1 กระทบ 100

  1. จะทำงานกับชุมชน คนในองค์กรต้องปรับตัวก่อน
    • ติดดิน อยู่กับพื้นที่
    • รู้ข้อมูล
    • สร้างการเรียนรู้และเวทีให้คนในชุมชนแสดง
    • เป็นที่ระบายทุกข์
    • ยินดีแบกภาระและแก้ปัญหาอย่างถูกจุด
  2. สร้างวิสัยทัศน์และเปลี่ยนมายด์เซต เพื่อแก้ปัญหา โง่ จน เจ็บ
    • สร้างความเป็นพลเมือง พลเมืองมีความรู้ อยู่อย่างไม่ยากจน สุขภาพคนแข็งแรง
    • พัฒนาเมือง Pakpoon Happiness ได้แก่ เมืองสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมืองแห่งสุขภาวะ และเมืองแห่งการเรียนรู้

คนหนึ่งคนมีปัญหาซับซ้อนหลายชั้น ทั้งครอบครัว สังคม สภาพแวดล้อม ล้วนส่งผลต่อวิถีชีวิต ความคิด พฤติกรรม ดังนั้นแก้ปัญหาเชิงปัจเจกไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาแบบทับซ้อน

  1. ระบบฐานข้อมูล แน่น แม่นยำ เก็บครบทั้ง 5 ด้าน ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ สุขภาพ การเมืองการปกครอง จากนั้นมองหาทุนชุมชน และจัดทำแผนที่ทุน เพื่อบันทึกว่าแต่ละพื้นที่มีทุนและศักยภาพอะไรบ้าง ก่อนจะนำข้อมูลเข้าสู่แผนพัฒนาทุกระดับ
  2. รวมตัวสภาองค์กรชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมด้วย ชันชี หรือพันธสัญญาที่มีจิตวิญญาณทั้ง 8 สภาองค์กรชุมชน คอยดูแลประชาชนทั้งเด็กเยาวชนในระบบ นอกระบบ เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ครอบครัว และครอบคลุมถึงชุมชน ด้วยการกระจายอำนาจยกกำลังสองจากท้องถิ่นสู่ทุกชุมชน
  3. กลไกการขับเคลื่อน ทั้งในและนอกท้องถิ่น ร่วมมือกันสร้างนวัตกรรมที่หลากหลาย เหมาะสม ยืดหยุ่น

ขับเคลื่อนงานผ่าน 8 สภาองค์กรชุมชน

  1. สภาเศรษฐกิจชุมชน รวมตัวกันสร้างสายพานอาชีพจากทุนชุมชนตามความถนัดของคนสามวัย (เด็กเยาวชน วัยแรงงาน ผู้สูงอายุ) เพื่อสร้างคุณค่า มูลค่า และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
  2. สภาสุขภาพ
    • บูรณาการการเรียนรู้ Personal Learning Environment (PLE) ดูแลพลเมืองตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนเติบโต
    • ลดความเหลื่อมล้ำในการบริการด้านสุขภาพทุกช่วงวัย ป้องกัน ดูแล ฟื้นฟู บำบัด ครอบคลุมทุกมิติ
    • ให้บริการการแพทย์ทางเลือก อาทิ วารีบำบัด กายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย-จีน
    • บริหารจัดการขยะแบบครบวงจร พัฒนาคู่มือการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง
  3. สภาสูงวัย จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ 14 ชมรม เพื่อเป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลกันอย่างต่อเนื่อง รวมตัวกันทำจิตอาสา และได้รับความช่วยเหลือจากเทศบาลอย่างรวดเร็ว
  4. สภาวัยใสหัวใจอาสา จัดตั้งสภาในโรงเรียนต้นแบบ ประชุมทีมร่วมกันระหว่างบุคลากรในสถานศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อหารือแนวทางในการช่วยเหลือเด็กเยาวชนทั้งใน นอก และเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา พร้อมพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ
  5. สภาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    • ส่งเสริม ฟื้นฟู ดูแลรักษาป่าชายเลน พันธุ์สัตว์น้ำ พันธุกรรมพืช และระบบนิเวศชายฝั่ง
    • ก่อตั้งศูนย์สาธิตการเพาะพันธุ์และอนุบาลสัตว์น้ำ
    • ลาดตระเวนป้องกันการกระทำประมงผิดกฎหมาย
    • ส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน
  6. สภาความปลอดภัยและภัยพิบัติ
    • ป้องกัน ดูแล รักษาความปลอดภัยในชุมชน
    • พัฒนาคู่มือการจัดการภัยพิบัติ
    • ก่อตั้งมหาลัยคนเชือนเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติดในชุมชน
    • ไม่จับกุม แต่ให้โอกาสพัฒนาตัวเอง เพื่อกลับมาพัฒนาชุมชน
    • รวมตัวคนเชือน คนทั่วไป และครอบครัว มาทำกิจกรรมอาสาร่วมกัน และฝึกอาชีพเพื่อสร้างรายได้
  7. สภาดนตรีและกีฬา ผลักดันให้คนในชุมชนค้นหาตัวเองให้เจอ ทั้งความชอบและศักยภาพ พร้อมส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาทักษะสู่ความเป็นเลิศทางดนตรีและกีฬา
  8. สภาสวัสดิการชุมชน
    • จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิต
    • สวัสดิการ Start Up สนับสนุนการสร้างอาชีพสำหรับผู้ไม่มีทุน
    • สนับสนุนการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
    • สนับสนุนทุนเล่าเรียน
    • สนับสนุนวัคซีนที่จำเป็น
    • สนับสนุนค่าใช้จ่ายรายวันกรณีเจ็บป่วย นอนโรงพยาบาล
    • เชื่อมต่อ ส่งต่อ สร้างเครือข่าย ทั้งในและนอกพื้นที่
    • จัดชุด Gift Set สำหรับคุณแม่แรกคลอด เพื่อกระตุ้นพัฒนาการเซลล์สมองของลูกน้อย

โมเดลการทำงานจากเทศบาลเมืองปากพูน ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างระบบการพัฒนาที่ทำให้คนในพื้นที่กลายเป็น“เจ้าของการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง” ผ่านการกระจายอำนาจและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้คิด ตัดสินใจ และลงมือทำร่วมกับท้องถิ่น โดยมี “ข้อมูล” เป็นฐานสำคัญในการมองเห็นทั้งปัญหาและทุนของพื้นที่อย่างรอบด้าน จึงสามารถออกแบบการดูแลและพัฒนาได้ตรงกับความต้องการจริงของแต่ละบุคคล ครอบครัว ชุมชน

ขณะเดียวกัน การทำงานผ่าน 8 สภาองค์กรชุมชนยังช่วยเชื่อมโยงการดูแลคนทุกช่วงวัยและทุกมิติ ตั้งแต่เด็กและเยาวชน การศึกษา อาชีพ สุขภาพ ผู้สูงอายุ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ไปจนถึงสวัสดิการ ทำให้การแก้ปัญหาไม่แยกส่วน แต่เกิดการทำงานแบบบูรณาการและมีเครือข่ายช่วยเหลือเกื้อกูลกันในพื้นที่ ที่สำคัญ โมเดลการทำงานี้ยังเปลี่ยนมุมมองจากการมอง “ปัญหา” เป็นการมองหา “ศักยภาพและทุน” ที่มีอยู่ในชุมชน แล้วนำมาต่อยอดเป็นโอกาส ทั้งด้านอาชีพ รายได้ สุขภาวะ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ผู้คนได้ค้นพบความถนัด เห็นคุณค่าของตัวเอง และมีบทบาทในการพัฒนาบ้านเกิดมากขึ้น เมื่อทุกภาคส่วนสามารถเชื่อมโยงข้อมูล คน ทรัพยากร และเครือข่ายเข้าด้วยกัน ชุมชนจึงมีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองและรับมือกับปัญหาได้เข้มแข็งขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างเมืองที่น่าอยู่ อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมีทรัพยากรที่มากกว่าใคร แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของ “คนทุกคน” และเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง เมื่อท้องถิ่นไม่ได้ทำแทนชุมชน แต่ทำไปพร้อมกับชุมชน การเรียนรู้จึงไม่จบอยู่แค่ในตำรา หากแต่เกิดขึ้นได้ทุกที่ และเมื่อทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำ และได้เห็นคุณค่าของตัวเอง เมืองทั้งเมืองก็จะกลายเป็นห้องเรียนที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง