RE-LIFE ชีวิตใหม่เพื่อส่งต่อโอกาสใหม่ให้ใครอีกหลายคนของ “ยีนส์” อโนชา…

สำหรับใครหลายคน วันเปิดเทอมอาจเป็นเพียงหมุดหมายตามปฏิทินที่เวียนมาและผ่านไป แต่สำหรับ “ยีนส์” นายอโนชา ชัยยงค์ หนุ่มวัย 24 ปี จากจังหวัดสุรินทร์ วินาทีที่เขาสะพายกระเป๋าเข้าสู่รั้ววิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ในฐานะนักศึกษาใหม่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างกลเกษตร มันคือหมุดหมายของการ “RE-LIFE” ชีวิตใหม่อีกครั้งอย่างแท้จริง

จากเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะปัญหาพ่อแม่แยกทางกัน ผ่านการใช้ชีวิตและการทำงานหลายรูปแบบ รวมถึงประสบการณ์ในค่ายทหาร ก่อนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาที่บ้านปู่และย่าในจังหวัดสุรินทร์ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่วันนี้ ยีนส์สามารถกลับมาเรียนต่อได้อีกครั้ง ด้วยวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 จาก “นิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย” ของกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านตาเพชร จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผ่านการเทียบโอนประสบการณ์การเรียนรู้จากศูนย์การเรียน CYF จนสามารถคว้าทุนเรียนฟรี และก้าวกลับเข้าสู่โลกการศึกษาเรียนรู้อีกครั้ง

“หากวันนั้นไม่มีใครเปิดพื้นที่ให้คนที่เคยหลุดจากระบบอย่างผมได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ วันนี้ก็คงไม่มี “ยีนส์” ในแบบที่กำลังเติบโตอยู่ในรั้ววิทยาลัยแห่งนี้”

ยีนส์กล่าว

หนึ่งเดือนแรกกับ “ความไม่พร้อม” หลังกระจกเงา

หลังจากอยู่ในรั้ววิทยาลัยผ่านไปเพียงหนึ่งเดือน ยีนส์ต้องต่อสู้กับ ความกังวล ในใจตัวเองทุกวัน ยีนส์เล่าว่า ถ้าตัวเองไม่พร้อมจะไม่กล้าเจอคนอื่นเลย ทุกเช้าเวลา 05.30 น. ขณะที่รุ่นน้องในหอพักยังหลับสนิท ยีนส์จะเป็นคนแรกที่ลุกจากเตียง ไม่ใช่เพราะเป็นคนตื่นเช้า แต่เพราะเขาต้องใช้เวลานานกว่าคนอื่นในการเตรียมตัว  ชายหนุ่มวัย 24 ปี ต้องกลับมาเรียนร่วมกับเพื่อนวัย 18-19 ปี ความไม่มั่นใจทำให้เขาใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานนับชั่วโมง คอยเช็กเสื้อผ้า หน้าตา และความพร้อมของตัวเอง ก่อนจะกล้าเดินออกกระจกเงานั้น

แต่เมื่อความมั่นใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละนิด ภาพของชายหนุ่มขี้อายก็เริ่มเปลี่ยนไป หลังแต่งตัวเสร็จ เขาจะเดินปลุกรุ่นน้องในหอให้ตื่นไปอาบน้ำ กินข้าว รวมแถว นำสวดมนต์ และเคารพธงชาติ จนอาจารย์เริ่มมองเห็นความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความเอาใจใส่ของเขา ก่อนจะมอบหมายตำแหน่ง “รองประธานชมรมวิชาชีพช่างกลเกษตร โดยให้ดูแลกิจกรรมของแผนกตั้งแต่เดือนแรก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้อง จัดพานไหว้ครู ไปเข้าค่ายอบรมทักษะต่าง ๆ

จากห้องเรียนที่ยีนส์เคยคิดว่าน่าจะเต็มไปด้วยทฤษฎี กลับกลายเป็นพื้นที่ของการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟ ช่างเชื่อม หรือรถแทรกเตอร์ กลายเป็นวิชาที่เขาได้ใช้ประสบการณ์จากการทำงานและการเป็นทหารมาต่อยอด จนการเรียนไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือน่ากังวลอีกต่อไป

จากคนที่เคยได้รับพื้นที่ปลอดภัย สู่คนที่ประคองใจให้ผู้อื่น

สิ่งที่เปลี่ยนยีนส์มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่เขาเริ่มเข้าใจว่า พื้นที่ปลอดภัย มีความหมายกับชีวิตคนคนหนึ่งมากเพียงใด ครั้งหนึ่งยีนส์เคยเป็นเด็กที่มีคนเปิดโอกาส รับฟัง และเชื่อว่าคนที่เคยหลุดจากระบบการศึกษายังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ความเชื่อนั้นทำให้เขากลับมายืนอยู่ในรั้ววิทยาลัยอีกครั้ง และเมื่อได้รับโอกาสนั้นแล้ว ยีนส์ก็เลือกส่งต่อมันให้กับคนอื่น

นอกจากชมรมแผนกช่างกล ยีนส์ยังสมัครเข้าชมรมดนตรี เพราะเล่นกีตาร์ เบส และกีตาร์ไฟฟ้ามาตั้งแต่เด็ก อาจารย์จึงมอบหมายให้เขารวม วงดนตรีแนวใหม่ของชมรม พร้อมดูแลน้อง ๆ ในชมรม

วันหนึ่งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทหน้าห้องดนตรี ยีนส์เดินเข้าไปห้าม ก่อนจะเรียกเด็กกลุ่มมานั่งคุยเพื่อปรับทัศนคติ ยีนส์เล่าเรื่องราวจากชีวิตจริงในวันที่เคยหลงทาง วันที่เคยเชื่อว่าเพื่อนคือทุกอย่าง เคยคิดว่าการโชว์พาวคือความเท่ ก่อนจะรู้ว่า เมื่อถึงวันที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียว สิ่งเหล่านั้นช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ยีนส์นำประสบการณ์ในอดีตมาใช้ โดยไม่ได้ตัดสินเด็กเหล่านั้น แต่เลือกนั่งฟัง ชวนคุย และทำให้พวกเขารู้ว่ายังมีพี่คนหนึ่งที่มองเห็นคุณค่าในตัวพวกเขาเสมอ

“ทุกครั้งที่เห็นน้องคนไหนกำลังท้อหรือคิดจะยอมแพ้ ผมมักเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง พร้อมพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ ว่า พี่อายุ 24 ยังกลับมาเรียนเลย ผมเชื่อว่าบางครั้งคนที่กำลังหลงทาง ไม่ได้ต้องการคำสอนมากมาย แต่แค่ต้องการเห็นว่า มีใครสักคนที่เคยผ่านเส้นทางเดียวกัน และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเริ่มต้นใหม่เป็นไปได้จริง”

ยีนส์กล่าว

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทุกวันนี้ รุ่นน้องหลายคนเดินเข้ามาทัก ชวนกินข้าว ปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่ยกมือไหว้ทุกครั้งที่เจอ เพราะสำหรับเด็กบางคน การมีใครสักคนรับฟังและประคับประคองเขาในวันที่เขากำลังเขว ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้เขาไม่หลุดออกจากเส้นทางการเรียนรู้

บำบัดตัวเอง เพื่อจะได้ส่งต่อกำลังใจให้คนอื่น

แม้ภายนอกยีนส์จะมีภาพลักษณ์เหมือนพี่ใหญ่ที่ใครก็พึ่งพาได้ แต่ลึก ๆ เขายังเป็นคนที่ต้องคอยเยียวยาหัวใจตัวเองอยู่เสมอ ทุกคืนหลังจากกิจกรรมในวิทยาลัยจบลง เขาจะออกไปนั่งเงียบ ๆ ที่ระเบียงหอพัก บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เป็นข้อความที่บังเอิญเลื่อนเจอในโซเชียลมีเดีย เขาอ่านมันซ้ำ ๆ จนตั้งเป็นวอลเปเปอร์ เพราะรู้สึกว่า มันกำลังบอกสอนให้เขาค่อย ๆ เยียวยาชีวิตตัวเองทีละนิด โดยไม่จำเป็นต้องรีบเข้มแข็งในวันเดียว

การเรียนรู้ครั้งใหม่ของยีนส์ จึงไม่ได้มีแค่ในห้องเรียน หากยังเป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้คน และค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับทุกคนรอบข้าง เป็น RE-LIFE ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตตัวเอง เพราะทุกวันนี้ เป้าหมายของยีนส์ไม่ใช่แค่การเรียนให้จบ แต่คือการกลับไปเป็นเสาหลักของครอบครัว ช่วยปู่ย่าที่กำลังเผชิญปัญหาที่ดินทำกิน และส่งน้องสาวทั้งสองคนให้ได้เรียนต่อ

เมื่อถามว่า “RE-LIFE” มีความหมายอย่างไร คำตอบของยีนส์ อาจไม่ได้อยู่ในประโยคสวยหรู แต่แค่อยู่ในการใช้ชีวิตทุกวัน จากคนที่เคยกลัวการออกจากห้องพัก กลายเป็นคนที่คอยปลุกรุ่นน้อง จากเด็กที่เคยหลุดจากระบบการศึกษา กลายเป็นรุ่นพี่ที่คอยประคับประคองไม่ให้คนอื่นหลุดตาม จากคนที่เคยได้รับ “พื้นที่ปลอดภัย” กลายเป็นคนที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนรอบตัว และบางทีนี่อาจเป็นความหมายที่แท้จริงของการ RE-LIFE ไม่ใช่เพียงการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่คือการที่ชีวิตใหม่ของคนคนหนึ่ง สามารถกลายเป็นโอกาสใหม่ของใครอีกหลายคนได้เช่นกัน