ลำปางหลวงโมเดล: สานพลังหุ้นส่วนการศึกษา เติม “วัคซีนชีวิต” ลดเด็กหลุดระบบ
อาจมีหลายเหตุผลที่ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องหลุดจากระบบการศึกษา แต่การพาเขากลับมา ไม่ควรเป็นหน้าที่ของใครเพียงคนเดียว… นี่คือจุดเริ่มต้นของ “ลำปางหลวงโมเดล” ที่เชื่อว่าการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ ต้องอาศัยพลังของทั้งชุมชน
“ท้องถิ่นคือรากฐานของสมองที่พร้อมเรียนรู้”
จากประสบการณ์ทำงานกว่า 30 ปี ของนายสันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลลำปางหลวง จังกวัดลำปาง พบว่า การทำงานด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและทับซ้อนกันอยู่ ซึ่ง “ท้องถิ่นสามารถจัดการได้” เนื่องจากเป็นกลไกที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
“การแก้ไขปัญหาให้ครบวงจร ต้องไม่ถืองานไว้คนเดียว” แต่ต้องสร้างผู้นำแถวสอง สาม สี่ เพื่อมาทำงานร่วมกัน และ Synergy หรือบูรณาการการทำงานร่วมกับ “หุ้นส่วนการศึกษา” ทั้งในและนอกพื้นที่ให้มองเห็นเป้าหมายร่วมและขับเคลื่อนงานร่วมกันเป็นองคาพยพ ด้วยการทำงานผ่าน “ฐานข้อมูลที่มีชีวิต” ซึ่งอัพเดทเรื่องราวของผู้ร่วมเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยืดหยุ่น แยบยล ยั่งยืน อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วย “ลดความยากจนข้ามรุ่น” และสร้าง “เมืองแห่งการเรียนรู้” สำหรับทุกคนได้


ชุมชนสร้างบ้าน ท้องถิ่นสร้างเมือง
เทศบาลตำบลลำปางหลวง ดำเนินงานร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ก่อนจะขยับมาทำงานพัฒนาตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของจังหวัดลำปางที่ได้ทำงานร่วมกับ กสศ. หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ABE: Area-based Education หรือแม้กระทั่งการให้ทุนเยาวชนยากจนได้เรียนต่อ ทำให้เทศบาลตำบลลำปางหลวงมีต้นแบบการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งพร้อมเป็นหุ้นส่วนการศึกษาในการดำเนินงานร่วมกัน
ที่ผ่านมาเทศบาลตำบลลำปางหลวงได้พัฒนา “ลำปางหลวงโมเดล” โดยพยายามสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น” เพื่อชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นการทำงานภายใต้หุ้นส่วนการศึกษาหลายภาคส่วนที่มา Synergy งานร่วมกันจนเกิดเป็น Lampang One Team ร่วมขับเคลื่อนงานด้วยกลไก “ศาสตร์ชุมชน” หรือ HETT (เห็ด) โดยเริ่มต้นจากการทำงานที่ใช้ชุมชนเป็นฐานในเรื่องของ Heath การสร้างเสริมสุขภาพ Education การส่งเสริมการศึกษาที่ยืดหยุ่น Talent การส่งเสริมทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และ Tradition การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี
โดยเทศบาลตำบลลำปางหลวงใช้แนวทางในการทำงานคือ “ชุมชนสร้างบ้าน ท้องถิ่นสร้างเมือง” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต ซึ่งกำหนดอยู่บน 3 เสาหลักของการทำงาน ได้แก่ 1. ทักษะอาชีพและการบริการสังคม เปลี่ยน “เด็กแว้น” ให้กลายเป็น “หมอศัลยกรรมรถ” โดยเปิด “คลินิกสุขภาพรถชุมชน” ส่งเสริมให้เยาวชนเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนมายด์เซ็ท ใช้ความชอบมาทำประโยน์เพื่อส่วนรวม เพื่อให้มีพื้นที่แสดงศักยภาพและได้รับการยอมรับจากสังคม อาทิ การเปลี่ยนไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟหน้า ให้กับคนในชุมชน


2. ส่งเสริมการมีวินัย พาเยาวชนเสี่ยงหลุดและหลุดจากระบบการศึกษา มาเรียนรู้ในสนามฟุตบอล “เปลี่ยนสนามฟุตบอลให้เป็นห้องเรียน” ผ่านการออกแบบ “หลักสูตรจักรวาลฟุตบอล” ใช้กีฬาสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง 3. ภูมิปัญญาและดนตรี ส่งเสริมการแสดงพื้นบ้าน บาสโลบ ศิลปะ การเล่นดนตรี และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม
รวมถึงป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษาโดยให้โรงเรียนช่วยสอดส่องดูแล โดยเฉพาะการคัดกรองเด็กที่มีภาวะ LD หรือบกพร่องทางการเรียนรู้ ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมทั้งผลักดันให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลับมาเรียนผ่านศูนย์การเรียน CYF ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียน 4 รุ่น เรียนจบและได้รับวุฒิการศึกษา 27 คน และกำลังเรียนอยู่ 10 คน
นอกจากนี้ เทศบาลตำบลลำปางหลวงยังส่งเสริมให้คนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกัน “ซึ่งเห็นภาพว่าทุกคนกลับมาดูแลกัน ผู้ร่วมเรียนรู้ในปีแรก ๆ สามารถดูแลลูกหลาน และเป็นผู้นำได้ ส่วนลูกหลานก็ได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ จากรุ่นแรก และนำไปปรับใช้ได้”
ลงมือทำ คือ คำตอบ
ปัจจุบัน เทศบาลตำบลลำปางหลวงกำลังพัฒนา SAM Academy เพื่อเป็นพื้นที่กลางที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกช่วงวัยให้ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน และเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงตัวตนเพิ่มขึ้น โดย S คือ Skill หรือ Sport ทักษะอาชีพ และกีฬา A คือ Art ศิลปะ การแสดง วัฒนธรรม M คือ Music ดนตรี ซึ่งการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ จะได้รับการหนุนเสริมต่อโดยหุ้นส่วนการศึกษาที่เกี่ยวข้อง


“เรียนแล้ว มีงานทำ มีเส้นทางสานต่อ”
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลลำปางหลวงได้ขยับการทำงานจากตำบลสู่อำเภอและจังหวัด โดยนำต้นแบบการทำงานนี้ไปขยายผลใน 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง และวางแผนสร้าง Sandbox เพื่อถอดบทเรียนการทำงานขยายผลไปยังวงกว้างมากขึ้น รวมถึงวางแผนรวมพลังทั้งจังหวัดร่วมออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ไร้ขอบเขต ด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนมาตรา 12 ภายในจังหวัดลำปาง เพื่อตามหาเด็กและเยาวชนที่ยังคงซ่อนอยู่ในมุมมืดให้เจอ พร้อมทำงานกับครอบครัว เพื่อลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ
สุดท้ายนี้ นายสันติพงษ์ ให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจว่า ในการขับเคลื่อนงานใดงานหนึ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนทั้งระบบ ไม่สามารถทำเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งได้ ทุกเรื่องต้องเดินไปด้วยกันด้วยเป้าหมายที่ชัด มีการออกแบบกระบวนการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนการศึกษาอย่างยืดหยุ่น แต่นำไปสู่การสร้างแรงกระเพื่อมที่ยั่งยืน
และต้องทำงานบนพื้นฐานความต้องการ บริบท และศักยภาพของผู้ร่วมเรียนรู้ โดยไม่ยัดเยียดสิ่งต่าง ๆ ให้ แต่ทำให้ “ทุกคนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ร่วม” ไม่ปิดกั้นหรือตีตราความคิดเห็นของใคร แต่ทำให้ชุมชนและผู้ร่วมเรียนรู้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของการเรียนรู้นั้น ซึ่งการสร้างการมีส่วนร่วมจะช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมได้
